สาระน่ารู้

สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดี การมีความรู้เป็นสิ่งสำคัญ

อย่าให้ลำไส้ปั่นป่วน แม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

อย่าให้ลำไส้ปั่นป่วน แม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ช่วงนี้สังเกตกันไหมครับว่าอากาศมีการเปลี่ยนแปลง มีทั้งร้อน ทั้งฝน แถมเริ่มมีลมหนาวเข้ามาบ้างแล้ว นี่ยังไม่นับรวมฝุ่นกับมลพิษสารพัดที่เราต้องผจญกันอยู่แทบทุกวัน ซึ่งอาจทำให้เรามีอาการป่วยได้สารพัดอย่าง ตั้งแต่ไข้หวัด ภูมิแพ้ จนถึงท้องร่วงได้เลย สาเหตุก็เพราะว่าอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมลพิษรอบตัว ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราครับ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเพียงพอ ก็อาจจะมีอาการป่วยเหมือนที่กล่าวไปข้างต้นได้ แล้วรู้หรือไม่ ว่า “70% ของเซลล์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของเราอยู่ในลำไส้” ดังนั้นการหันมาใส่ใจดูแลลำไส้ให้ดี ก็เสมือนเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราได้เช่นเดียวกันจ้า เทคนิคการดูแลลำไส้แบบง่ายๆ ที่เราทำได้ มีตั้งแต่การกินอาหารให้ตรงเวลา เลือกอาหารที่เน้นกากใย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และการดูแลลำไส้ขั้นโปรมากขึ้นก็คือ เน้นการกินอาหารที่มีโพรไบโอติกร่วมด้วย เจ้า “โพรไบโอติก” เนี่ย เป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพครับ ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วย ซึ่งโดยปกติเราควรกินโพรไบโอติกอย่างน้อย 10-20 พันล้านตัว ต่อวัน / เยอะจัง!! ส่วนเจ้าโพรไบโอติกส์ และพรีไบโอติกส์ นั้นต่างกันอย่างไร? ในร่างกายของเรานั้นมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ จุลินทรีย์ที่ไม่ก่อประโยชน์และโทษและจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย หากเกิดความผิดปกติในร่างกาย อาจส่งผลต่อสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหาร ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากมายในท้องตลาดเกี่ยวกับการรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย โดยคำคุ้นหูที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งคือ “โพรไบโอติกส์” และ “พรีไบโอติกส์” มีความแตกต่างกัน ดังนี้ […]

[HOWTO] กินยาท่าไหน ยาจะดูดซึมไวมากที่สุด?

[HOWTO] กินยาท่าไหน ยาจะดูดซึมไวมากที่สุด?

มีงานวิจัยสุดเจ๋งได้บอกว่า ท่าทางของคนเราเวลากินยาเม็ดช่วยกำหนดความเร็วในการละลายของยาได้ถึง 83% เลยครับ โดยผู้วิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับกลไกของกระเพาะอาหารที่มีต่อโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความสามารถของยาในการแตกตัวเมื่อเข้าไปในลำไส้ครับ อาทิ กาแฟ, นม, น้ำผลไม้ และการบีบตัวของอวัยวะ แต่การศึกษานี้ดันไปพบว่าท่าทางของเราก็มีบทบาทสำคัญเช่นกันที่ทำให้ยาละลายเร็วขึ้นครับ เพราะเค้าได้ศึกษาด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์ ผ่านท่าทางที่แตกต่างกันของคน 4 อย่าง ซึ่งผลพบว่า – ท่านอนตะแคงขวาเด็ดสุด ยาเม็ดละลายได้ใน 10 นาที เพราะท่านี้ช่วยกรุยทางให้ยาไหลไปส่วนลึกสุดของกระเพาะได้เกือบทันทีครับ – ท่ายืนตัวตรงและท่านอนหงาย เรียกได้ว่าเป็นท่าพื้นฐานเวลาเราทานยากันเลยล่ะครับ ซึ่งท่าพวกนี้ช่วยให้ยาละลายได้ตามเวลาปกติที่ 23 นาที – ท่านอนตะแคงซ้าย อันนี้ช้าสุดเลยครับ กว่ายาจะละลายต้องใช้เวลามากกว่า 100 นาทีเลยนะ นั่นเพราะกระเพาะเราโค้งคล้ายรูปถั่วจากซ้ายไปขวา การนอนตะแคงซ้ายเลยทำให้ยาไปค้างที่แอ่งโค้งกระเพาะนั่นเองครับ ซึ่งลุงว่าการศึกษานี้มีประโยชน์มาก ๆ ต่อกลุ่มผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังนะ เพราะบางทีกระเพาะอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ ขยับตัวได้ไม่ดี จึงทำให้กว่ายาจะดูดซึมได้ ยิ่งใช้เวลานานไปใหญ่ ซึ่งถ้าได้ท่าทางเหล่านี้ช่วย อาจจะทำให้ยาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองครับ ที่มา เพจ Jones Salad

ดร.อนันต์ นักไวรัสวิทยาเผย ใกล้เข้ามาแล้ว โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ XBB

ดร.อนันต์ นักไวรัสวิทยาเผย ใกล้เข้ามาแล้ว โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ XBB

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้เผยว่าขณะนี้ได้พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ XBB ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ห่วงกลุ่มเปราะบางหากได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรง โดย ดร.อนันต์ ได้ออกมาระบุถึงการตรวจพบไวรัส XBB ที่ฮ่องกง 29 คน ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากสิงคโปร์ และมีรายงานว่ามาจากไทยอีก 3 คน จึงอาจเป็นไปได้ว่าอาจปะปนอยู่ในผู้ติดเชื้อโควิดในไทย ล่าสุดอาจารย์อนันต์ ระบุในสิงคโปร์จำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้เพิ่มจำนวนชัดเจนแตะระดับ 11,000 คนภายใน 1 เดือน เป็นสัญญาณว่าระลอกใหม่กำลังเกิดขึ้น และกลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุดคือกลุ่ม 20-39 ปี มีโอกาสติดเชื้อจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ขณะที่กลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุติดเชื้อประมาณ 10% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด ทั้งนี้กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเกือบ 40% ที่ติดเชื้อ และกว่า 10% ต้องใช้ออกซิเจน ต่างจากคนหนุ่มสาวที่ติดเชื้อไม่มีอาการหนักถึงต้องใช้ออกซิเจน อาจารย์อนันต์บอกด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่ XBB สามารถแพร่กระจายเป็นวงกว้าง และไวขึ้น กลายเป็นระบาดระลอกที่ชัดเจน หนีภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ความรุนแรงไม่ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีน ยกเว้นกลุ่มเปราะบาง ที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง หรือตกไวกว่าปกติ จะเห็นความรุนแรงของไวรัส ที่มา […]

5 “ข้ออ้าง” ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จสักที

5 “ข้ออ้าง” ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จสักที

5 “ข้ออ้าง” ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จสักที ไม่ว่าอาชีพไหนล้วนแต่ต้องใช้ความพยายาม การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ และ การลงมือทำลองผิดลองถูก ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด เลิกทำสิ่งเหล่านี้ คุณจะประสบความสำเร็จ บางคนพิการเค้าต้องความพยายามมากกว่าคนปกติหลายสิบเท่าหรือร้อยเท่า หากเรายังมีข้ออ้างเหล่านี้ คุณก็จะประสบความสำเร็จยากกว่าคนอื่นๆ ค่ะ ขอบคุณภาพและที่มาจาก https://today.line.me/th/v2/article/vmQ513

ขมิ้นชัน กับ 4 โรคยอดฮิต ของผู้หญิง

ขมิ้นชัน กับ 4 โรคยอดฮิต ของผู้หญิง

ขมิ้นชันกับเนื้องอกในมัดลูก จากศึกษาในกลุ่มคนไข้ที่เป็นเนื้องอกในมดลูก ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชจำนวน 35 คน โดยให้ขมิ้นชัน 1,200 มก./วัน เป็นเวลา 6 เดือน ทำการวัดขนาดเนื้องอก ด้วยเครื่อง UItrasound ก่อนการทดสอบ และวัดซ้ำที่ระยะเวลา 3 และ 6 เดือน  พบว่า… การได้รับขมิ้นชัน ช่วยลดขนาดของเนื้องอกมดลูกได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่พบผลข้างเคียง ชมิ้นชันกับมะเร็งปากมดลูก จากการศึกษาในเซลล์เยื่อบุปากมดลูก โดยให้สารเคอร์คูมินเข้มข้น 100 ไมโครโมล ในช่วงเวลา 15 นาที – 24 ชั่วโมง พบว่า… สารเคอร์คูมินช่วยลด การลุกลามของเซลล์มะเร็งปากมดลูก ระยะแพร่กระจาย และลดการกลายพันธุ์ เซลล์เยื่อบุปากมดลูกที่ผิดปกติได้ ขมิ้นชันกับมะเร็งรังไม่ จากการศึกษา ในหลอดทดลอง พบว่า… สารเคอร์คูมิน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต และกระตุ้นการตายของ เซลล์มะเร็งรังไข่ได้ ขมิ้นชันกับมะเร็งเต้านม มีรายงานการวิจัยว่า… สารเคอร์คูมิน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ของเซลล์เนื้องอกเต้านม ในหลอดทดลอง […]

เพิ่งรู้! แพทย์เตือน “ก้างปลาติดคอ” อย่ากลืนข้าว!

เพิ่งรู้! แพทย์เตือน “ก้างปลาติดคอ” อย่ากลืนข้าว!

อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ออกมาแชร์เรื่องราวใกล้ตัวเกี่ยวกับ “ก้างปลาติดคอ” เตือนอย่ากลืนข้าว หรือกล้วย ตามที่พูดกันในอดีต เพราอาจจะทำให้ก้างยิ่งปักลึกลงไปในคอได้ หวั่นติดเชื้อลามไปได้อีกด้วย เมื่อวันที่ 2 ต.ค. อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวอุทาหรณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Navarat Apirak” หลังพบเคสผู้ป่วยรายหนึ่งมีก้างปลาติดอยู่ในลำคอซึ่งแอบอยู่หลังฝาปิดกล่องเสียง จึงอยากจะฝากเตือนอย่ากลืนข้าวปั้นหรือกล้วยทับ อาจยิ่งทำให้ปักลึกขึ้นได้ โดยคุณหมอได้ระบุข้อความว่า “กินปลาระวังก้างนะคะ…หากก้างติด…อย่ากลืนข้าวปั้นหรือกล้วยทับ อาจยิ่งทำให้ปักลึกขึ้นได้ และหายากขึ้น (เราไม่รู้ว่าจะลง หรือจะลึก หรืออาจรูดลงไปปักที่อื่นในหลอดอาหารอีกก็ได้) พวกก้างใหญ่ๆ ปักหากลึกอาจเข้าไปในคอและติดเชื้อลามไปได้ด้วยค่ะ” เครดิต : mgronline.com

สเปรย์พ่นจมูกยับยั้งโควิด-19 เปิดขายแล้ววันนี้จากฝีมือนักวิจัยไทย

สเปรย์พ่นจมูกยับยั้งโควิด-19 เปิดขายแล้ววันนี้จากฝีมือนักวิจัยไทย

เพจ “ไทยรู้สู้โควิด” โพสต์ประกาศข่าวดีวันนี้ 1 ต.ค. เปิดขายสเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 ทางกายภาพ ครั้งแรกของไทย จากฝีมือนักวิจัยไทย ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม วันนี้ (1 ต.ค.) เพจ “ไทยรู้สู้โควิด” ได้ออกมาโพสต์ประกาศข่าวดีเตรียมวางขายสเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 ทางกายภาพ ครั้งแรกของไทย ภายใต้ยี่ห้อ เวลล์โควิแทรป แอนติ-โคฟ นาซาล สเปรย์ (Vaill CoviTRAP Anti-CoV Nasal Spray) ที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม และได้ขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว โดยวางจำหน่าย 1 ต.ค. 2565 นี้ ที่ร้านยาองค์การเภสัชกรรม สาขาราชเทวี และเครือข่ายภาคี เช่น สถานพยาบาล The Senizens, และ สถานพยาบาล Panacura โดยทางเพจรายงานว่า “สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 นี้ มีคุณสมบัติสามารถดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูกต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง ด้วยหลักการทำงาน […]

การทำบอลลูน กับ บายพาส ทางเลือกการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

การทำบอลลูน กับ บายพาส ทางเลือกการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการแน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง ในรายที่เป็นรุนแรง และเกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ทำให้หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ การรักษาในขณะที่หลอดเลือดตีบ ย่อมดีกว่าปล่อยให้หลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน ปัจจุบัน การรักษาโรคนี้มี 3 วิธี คือ 1. ยา โดยการให้ยาต้านเกร็ดเลือด ยาขยายเหลอดเลือด ยารักษาหลอดเลือดแข็ง และยาควบคุมไขมัน ถ้าหลอดเลือดหัวใจตีบมากเกิน 70% การรักษาด้วยยาอย่างเดียวย่อมไม่ได้ผล ก็ต้องใช้วิธีการขยายบอลลูนหลอดเลือดหัวใจเป็นอันดับต่อมา 2. การขยายบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ (ถ่างเอาไว้) พร้อมทั้งใส่ขดลวดค้ำหลอดเลือดหัวใจไว้ แต่ถ้าเส้นเลือดหัวใจตีบหลายเส้น หรือมีหินปูนเกาะเยอะมาก ก็ยากที่บอลลูนจะขยายออก ก็ต้องรักษาโดยการทำบายพาส 3. การผ่าตัดเบี่ยงทางเดินหลอดเลือดหัวใจ หรือที่เรียกว่าบายพาส คือ การผ่าตัดเบี่ยงทางเดินหลอดเลือดหัวใจ การผ่าตัดก็จะทำการผ่าตัดเปิดหน้าอก แล้วทำการต่อเส้นเลือดที่ได้มา ต่อเชื่อมเข้ากับหลอดเลือดแดงใหญ่ไปยังส่วนปลายของหลอดเลือดแดงหัวใจที่มีการอุดตัน เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจให้เพียงพอ ในการรักษาด้วยบอลลูน หรือบายพาสนั้น พิจารณาจากสภาพและโรคประจำตัวของผู้ป่วย ความซับซ้อนของโรคหลอดเลือดหัวใจ โอกาสความสำเร็จในการทำ และผลแทรกซ้อนในการรักษา ซึ่งอายุรแพทย์หัวใจผู้ให้การรักษาจะให้ข้อมูลกับตัวผู้ป่วยและญาติก่อนทำการรักษา อย่างไรก็ตามก็มีอีก 1 วิธีการรักษา นั่นก็คือการใช้สเต็มเซลล์ ซึ่งเป็นวิวัฒนาการทางการแพทย์ ที่ก้าวหน้าและยังมีการพัฒนาต่อเนื่อง ว่ากันว่า สเต็มเซลล์ […]