Blog

โปรโมชั่นกิฟฟารีนเดือนพฤศจิกายน 2565

โปรโมชั่นกิฟฟารีนเดือนพฤศจิกายน 2565

กิฟฟารีน มีโปรโมชั่นมากมาย โปรโมชั่นพิเศษ โปรโมชั่นสิทธิ์แลกซื้อตั้งแต่ 500 PV , 1,000 PV, 1,500 PV  โปรโมชั่น Giff Club และโปรโมชั่นพิเศษ 2,000 PV เลือกรับของแถมฟรี ซึ่งจะมีเป็นช่วงๆ  สามารถติดตามโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่นี่ สินค้ากิฟฟารีนทุกชิ้นได้รับการรับรองและจดทะเบียนกับอย./ ก่อนออกจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ บริษัทได้จัดโปรโมชั่นเพื่อให้ตัวแทนได้ขายสินค้าได้ง่ายขึ้น ทั้งตัวแทนขาย และผู้บริโภค ยังได้สิทธิประโยชน์ ส่วนลด เงินปันผล เงินโบนัสรายเดือน เงินโบนัสรายปี เงินเดือนตำแหน่งเมื่อตำแหน่งของท่านสูงขึ้นอีกด้วย สามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่ Line: @Giffarine.Online หรือคลิกปุ่มด้านล่างนี้ อยากทำธุรกิจ ที่ลงทุนน้อยได้กำไรทันทีต้องที่นี่ Giffarine Dropship สมัครเลย

โอเมก้า 3 จากพืช ทางเลือกสำหรับคนแพ้น้ำมันปลา

โอเมก้า 3 จากพืช ทางเลือกสำหรับคนแพ้น้ำมันปลา

โอเมก้า 3 (Omega 3) คือ กลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชนิดหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต่อระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย จัดเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารอื่นๆ เช่น ปลา น้ำมันพืช ถั่ว เมล็ดพืชต่างๆ หรือผักใบเขียว เป็นต้น การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เหมาะสมกับเพศและช่วงวัยนับว่าส่งผลดีต่อการทำงานของร่างกายหลายอย่างเพราะจะช่วยเสริมสร้างระบบการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ การแข็งตัวของเลือด การย่อยอาหาร การมีบุตร และการเจริญเติบโต ซึ่งได้จากการบริโภคอาหารหรืออาหารเสริมที่มีโอเมก้า 3 โดยทั่วไปแล้ว อาหารเสริมโอเมก้า 3 จะมีกรดไขมันอีพีเอและกรดไขมันดีเอชเอที่พบได้ในน้ำมันปลา ทั้งนี้การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกน้ำมันปลา ผู้บริโภคมักต้องการประโยชน์หลักจากสารในกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิด Omega 3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ คือ EPA (Eicosapentaenoic acid) และ DHA (Docosahexaenoic acid) ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ อาการปวดข้อ การอักเสบและช่วยในด้านความจำ โดยเฉพาะ DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมอง และดวงตา ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองในเด็กได้อีกด้วย แต่การบริโภคน้ำมันปลานั้นถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องใส่ใจเช่นกัน […]

ภัยเงียบที่มากับหน้าหนาวกับ 3 โรคร้ายที่ควรระวัง!

ภัยเงียบที่มากับหน้าหนาวกับ 3 โรคร้ายที่ควรระวัง!

เราอาจชื่นชอบฤดูหนาว เพราะด้วยอากาศที่เย็นสบาย อีกทั้งในฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ผู้คนนิยมท่องเที่ยวกันมาก และมีเทศกาลมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่ไม่สามารถละเลยได้นั่นก็คือ โรคภัยที่อาจมาพร้อมกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นนั่นเอง วันนี้เราจะมาพูดถึงโรคที่มักจะมาพร้อมฤดูหนาว เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจ และระมัดระวังตัวมากขึ้น เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ประเทศไทยเข้าสู่ “ฤดูหนาว 2565” ช้ากว่าปกติ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ประมาณต้นสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนตุลาคม 2565 ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 และอากาศจะหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา 1.โรคไข้หวัดใหญ่ โรคนี้มีสาเหตุเกิดมาจากเชื้อไวรัสและสามารถติดต่อกันได้ทางการหายใจ ไอหรือจามรดกัน หนำซ้ำเจ้าเชื้อไวรัสนี้มักแพร่กระจายในสถานที่แออัด ไม่มีอากาศถ่ายเท โดยอาการของโรคนี้จะเริ่มต้นจากการมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บหรือแสบคอ บางคนอาจหนาวสั่น แต่ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ก็มักจะมีอาการรุนแรงกว่า และอาจมีภาวะขาดน้ำหากมีอาการอาเจียนร่วมด้วย โดยอาจนำมาซึ่งโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีก เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ คออักเสบ 2.โรคหลอดลมอักเสบ  นับว่าเป็นโรคที่อาจเกิดตามหลังโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการไอและไอมากตอนกลางคืน โดยระยะแรกจะไอแห้งๆ เจ็บหน้าอกมาก เสมหะมีสีเหลืองหรือเขียว มีไข้ อ่อนเพลีย บางรายมีอาการคล้ายหอบหืด โดยปกติโรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 1–3 สัปดาห์ […]

อย่าให้ลำไส้ปั่นป่วน แม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

อย่าให้ลำไส้ปั่นป่วน แม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ช่วงนี้สังเกตกันไหมครับว่าอากาศมีการเปลี่ยนแปลง มีทั้งร้อน ทั้งฝน แถมเริ่มมีลมหนาวเข้ามาบ้างแล้ว นี่ยังไม่นับรวมฝุ่นกับมลพิษสารพัดที่เราต้องผจญกันอยู่แทบทุกวัน ซึ่งอาจทำให้เรามีอาการป่วยได้สารพัดอย่าง ตั้งแต่ไข้หวัด ภูมิแพ้ จนถึงท้องร่วงได้เลย สาเหตุก็เพราะว่าอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมลพิษรอบตัว ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราครับ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเพียงพอ ก็อาจจะมีอาการป่วยเหมือนที่กล่าวไปข้างต้นได้ แล้วรู้หรือไม่ ว่า “70% ของเซลล์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของเราอยู่ในลำไส้” ดังนั้นการหันมาใส่ใจดูแลลำไส้ให้ดี ก็เสมือนเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราได้เช่นเดียวกันจ้า เทคนิคการดูแลลำไส้แบบง่ายๆ ที่เราทำได้ มีตั้งแต่การกินอาหารให้ตรงเวลา เลือกอาหารที่เน้นกากใย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และการดูแลลำไส้ขั้นโปรมากขึ้นก็คือ เน้นการกินอาหารที่มีโพรไบโอติกร่วมด้วย เจ้า “โพรไบโอติก” เนี่ย เป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพครับ ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วย ซึ่งโดยปกติเราควรกินโพรไบโอติกอย่างน้อย 10-20 พันล้านตัว ต่อวัน / เยอะจัง!! ส่วนเจ้าโพรไบโอติกส์ และพรีไบโอติกส์ นั้นต่างกันอย่างไร? ในร่างกายของเรานั้นมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ จุลินทรีย์ที่ไม่ก่อประโยชน์และโทษและจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย หากเกิดความผิดปกติในร่างกาย อาจส่งผลต่อสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหาร ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากมายในท้องตลาดเกี่ยวกับการรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย โดยคำคุ้นหูที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งคือ “โพรไบโอติกส์” และ “พรีไบโอติกส์” มีความแตกต่างกัน ดังนี้ […]

เตรียมพบกับงานสัมมนา Open House Empowering Your Success รูปแบบใหม่ LIVE สด ส่งตรงถึงทุกท่าน!!

เตรียมพบกับงานสัมมนา Open House Empowering Your Success รูปแบบใหม่ LIVE สด ส่งตรงถึงทุกท่าน!!

เตรียมพบกับงานสัมมนา Open House Empowering Your Success รูปแบบใหม่ LIVE สด ส่งตรงถึงทุกท่าน!! 🎉 New Product : ผลิตภัณฑ์ใหม่ โดนใจ ทุกเพศทุกวัย✨ New Idea : แนวคิด วิธีการ สู่ความสำเร็จ✅ New Experience : เปิดมุมมองรับประสบการณ์ใหม่ สู่ธุรกิจที่ยั่งยืน.🎊🎊 พร้อมลุ้นรางวัลใน Live สดมูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท!! 🎊🎊.🕙 วันพุธที่ 26 ตุลาคม 2565 เปิดลงทะเบียน 19.45 น. เริ่มเวลา 20.00 น..รับชมพร้อมกันทั่วประเทศ ทาง Facebook  Giffarine

[HOWTO] กินยาท่าไหน ยาจะดูดซึมไวมากที่สุด?

[HOWTO] กินยาท่าไหน ยาจะดูดซึมไวมากที่สุด?

มีงานวิจัยสุดเจ๋งได้บอกว่า ท่าทางของคนเราเวลากินยาเม็ดช่วยกำหนดความเร็วในการละลายของยาได้ถึง 83% เลยครับ โดยผู้วิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับกลไกของกระเพาะอาหารที่มีต่อโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความสามารถของยาในการแตกตัวเมื่อเข้าไปในลำไส้ครับ อาทิ กาแฟ, นม, น้ำผลไม้ และการบีบตัวของอวัยวะ แต่การศึกษานี้ดันไปพบว่าท่าทางของเราก็มีบทบาทสำคัญเช่นกันที่ทำให้ยาละลายเร็วขึ้นครับ เพราะเค้าได้ศึกษาด้วยการจำลองคอมพิวเตอร์ ผ่านท่าทางที่แตกต่างกันของคน 4 อย่าง ซึ่งผลพบว่า – ท่านอนตะแคงขวาเด็ดสุด ยาเม็ดละลายได้ใน 10 นาที เพราะท่านี้ช่วยกรุยทางให้ยาไหลไปส่วนลึกสุดของกระเพาะได้เกือบทันทีครับ – ท่ายืนตัวตรงและท่านอนหงาย เรียกได้ว่าเป็นท่าพื้นฐานเวลาเราทานยากันเลยล่ะครับ ซึ่งท่าพวกนี้ช่วยให้ยาละลายได้ตามเวลาปกติที่ 23 นาที – ท่านอนตะแคงซ้าย อันนี้ช้าสุดเลยครับ กว่ายาจะละลายต้องใช้เวลามากกว่า 100 นาทีเลยนะ นั่นเพราะกระเพาะเราโค้งคล้ายรูปถั่วจากซ้ายไปขวา การนอนตะแคงซ้ายเลยทำให้ยาไปค้างที่แอ่งโค้งกระเพาะนั่นเองครับ ซึ่งลุงว่าการศึกษานี้มีประโยชน์มาก ๆ ต่อกลุ่มผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังนะ เพราะบางทีกระเพาะอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ ขยับตัวได้ไม่ดี จึงทำให้กว่ายาจะดูดซึมได้ ยิ่งใช้เวลานานไปใหญ่ ซึ่งถ้าได้ท่าทางเหล่านี้ช่วย อาจจะทำให้ยาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองครับ ที่มา เพจ Jones Salad

ดร.อนันต์ นักไวรัสวิทยาเผย ใกล้เข้ามาแล้ว โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ XBB

ดร.อนันต์ นักไวรัสวิทยาเผย ใกล้เข้ามาแล้ว โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ XBB

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้เผยว่าขณะนี้ได้พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ XBB ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ห่วงกลุ่มเปราะบางหากได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรง โดย ดร.อนันต์ ได้ออกมาระบุถึงการตรวจพบไวรัส XBB ที่ฮ่องกง 29 คน ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากสิงคโปร์ และมีรายงานว่ามาจากไทยอีก 3 คน จึงอาจเป็นไปได้ว่าอาจปะปนอยู่ในผู้ติดเชื้อโควิดในไทย ล่าสุดอาจารย์อนันต์ ระบุในสิงคโปร์จำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้เพิ่มจำนวนชัดเจนแตะระดับ 11,000 คนภายใน 1 เดือน เป็นสัญญาณว่าระลอกใหม่กำลังเกิดขึ้น และกลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุดคือกลุ่ม 20-39 ปี มีโอกาสติดเชื้อจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ขณะที่กลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุติดเชื้อประมาณ 10% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด ทั้งนี้กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเกือบ 40% ที่ติดเชื้อ และกว่า 10% ต้องใช้ออกซิเจน ต่างจากคนหนุ่มสาวที่ติดเชื้อไม่มีอาการหนักถึงต้องใช้ออกซิเจน อาจารย์อนันต์บอกด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่ XBB สามารถแพร่กระจายเป็นวงกว้าง และไวขึ้น กลายเป็นระบาดระลอกที่ชัดเจน หนีภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ความรุนแรงไม่ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีน ยกเว้นกลุ่มเปราะบาง ที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง หรือตกไวกว่าปกติ จะเห็นความรุนแรงของไวรัส ที่มา […]

5 “ข้ออ้าง” ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จสักที

5 “ข้ออ้าง” ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จสักที

5 “ข้ออ้าง” ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จสักที ไม่ว่าอาชีพไหนล้วนแต่ต้องใช้ความพยายาม การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ และ การลงมือทำลองผิดลองถูก ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด เลิกทำสิ่งเหล่านี้ คุณจะประสบความสำเร็จ บางคนพิการเค้าต้องความพยายามมากกว่าคนปกติหลายสิบเท่าหรือร้อยเท่า หากเรายังมีข้ออ้างเหล่านี้ คุณก็จะประสบความสำเร็จยากกว่าคนอื่นๆ ค่ะ ขอบคุณภาพและที่มาจาก https://today.line.me/th/v2/article/vmQ513