Author: nattapot

ออกกำลังกายตอนไหนดี.. ยังไง?

ออกกำลังกายตอนไหนดี.. ยังไง?

การออกกำลังกายในแต่ละช่วงเวลา เวลาไหนให้ผลดีแตกต่างกันยังไง วันนี้จะพาไปดูกันครับ งานวิจัยจากยุโรปจากการเก็บข้อมูลผู้เข้าร่วมจำนวน 85,000 คนเป็นเวลา 8 ปี พบว่าการออกกำลังกายในช่วงครึ่งวันเช้า ตั้งแต่ 8 โมงเช้าไปถึง 11 โมงเช้าช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคหัวใจได้สูงที่สุด 11%-16% เมื่อเทียบกับอัตราการเป็นโรคหัวใจเฉลี่ยของผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด งานวิจัยอีกชิ้นพบว่าการออกกำลังกายช่วงเย็นอาจสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้สูงกว่าช่วงเช้ามากสุด 10% เพราะอุณภูมิร่างกายของเราจะสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย และไปสูงสุดตอน 6 โมงเย็น และยังมีพลังงานที่สะสมมาจากการรับประทานอาหารตลอดทั้งวัน จึงทำให้เผาผลาญพลังงานมากกว่านั่นเอง และงานวิจัยจากอเมริกาพบว่าการออกกำลังกายช่วงเย็นไปถึงค่ำตั้งแต่เวลา 17.00 ถึง 20.00 จะช่วยให้คุณออกได้นานกว่าช่วงเช้า 20% เพราะร่างกายสามารถใช้อ็อกซิเจนได้มากกว่า และร่างกายมีความทนทานต่อความเหนื่อยล้ามากกว่านั่นเองครับ แม้จะมีประโยชน์แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา แต่เวลาการออกกำลังกายที่ดีที่สุดก็คือเวลาที่เราสะดวก เพราะหากเทียบระหว่างคนออกกำลังกายกับไม่ออกกำลังกายแล้ว งานวิจัยบอกว่าการออกกำลังกายไม่ว่าตอนไหนก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้สูงที่สุดถึง 40% เลยล่ะครับ ว่าแล้วก็มาออกกำลังกายกันนะครับ เวลาไหนก็ได้ เพราะถ้ามัวแต่รอเวลาที่ดีที่สุด ก็คงไม่ได้เริ่มซักทีนะคร๊าบบบ   ที่มา : เพจ JonesSaladThailand

การ์ดอย่าตก! โควิด-19 รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดพุ่งสูง!

การ์ดอย่าตก! โควิด-19 รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดพุ่งสูง!

วันนี้ ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรอบสัปดาห์ (20-26 พ.ย.) 4,914 คน เฉลี่ยวันละ 702 ราย เสียชีวิตรวม 74 คน เฉลี่ยวันละ 10 คน โดยเฟซบุ๊กเพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 กรมประชาสัมพันธ์ รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย รอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 20 – 26 พฤศจิกายน 2565 มีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (รายสัปดาห์) จำนวน 4,914 ราย เฉลี่ยรายวัน จำนวน 702 ราย/วัน ผู้เสียชีวิตรวมจำนวน 74 ราย เฉลี่ย 10 ราย/วัน จำนวนผู้หายป่วยสะสม 2,483,809 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) เสียชีวิตสะสม 11,482 ราย (ตั้งแต่ 1 […]

[HOWTO] การปรับท่านอนช่วยลดอาการกรดไหลย้อนได้!

[HOWTO] การปรับท่านอนช่วยลดอาการกรดไหลย้อนได้!

รู้หรือไม่ว่า ในการนอนแต่ละท่านั้น ก็ส่งผลต่อกรดไหลย้อน ถ้าเรานอนเข้านอนเลยในท่าราบหัวต่ำ หลังจากทานข้าวภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง ก็จะเพิ่มโอกาสการเกิดกรดไหลย้อน เพราะน้ำย่อยยังย่อยอาหารในกระเพาะอาหารไม่หมด ทำให้กรดน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมากัดหลอดอาหารได้ ซึ่งหลายๆ คนที่เป็นกรดไหลย้อนก็ยังมีการถกเถียงกันว่า “ท่านอน” มีผลไหมกับการเป็นกรดไหลย้อน แล้วท่านอนไหนละที่จะดีที่สุด นอนตะแคงซ้ายดีหรือขวาขวาดี ท่านอนไหนมีผลต่อกรดไหลย้อน มีผลดีผลเสียอย่างไร เพราะกระเพาะอาหารเรามีรูปทรงคล้ายมะม่วง เมื่อเรานอนตะแคงซ้าย ทรงกระเพาะจะย้อยลง น้ำย่อยในกระเพาะก็จะอยู่ต่ำกว่าระดับที่สามารถจะไหลย้อนขึ้นไปบริเวณหลอดอาหารได้ การนอนตะแคงซ้ายจึงช่วยให้ น้ำย่อยจึงไม่ไหลย้อนขึ้นมาขณะที่เรานอนหลับ แต่เมื่อใดก็ตามที่เรานอนตะแคงขวา รูเปิดหลอดอาหารก็จะอยู่ต่ำกว่าระดับของกรดและอาหารในกระเพาะ ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาในขณะที่นอนหลับ ตื่นนอนขึ้นมาจึงรู้สึกแสบร้อนกลางอก ดังนั้นท่านอนที่ดี ที่จะลดความเสี่ยงหรือช่วยบรรเทากรดไหลย้อนได้ก็ควรที่จะ เวลานอนหัวควรสูงกว่าหมอน 4-6 นิ้ว เพื่อให้กระเพาะของเราอยู่ต่ำกว่าหลอดอาหาร ควรนอนตะแคงด้านซ้าย เพื่อให้ให้หลอดอาหารอยู่ด้านบนของกระเพาะอาหาร ป้องกันกรดจากกระเพราะอาหารไหลย้อนมายังหลอดอาหาร ไม่ทานอาหารก่อนเวลานอน 2-3 ชั่วโมง ในกรณีที่หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วยังไม่ถึง 3 ชั่วโมง ถ้าหากเราง่วงนอนจริงๆ ก็สามารถนอนในท่านั่งได้ นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมก็สำคัญอย่างการทานอาหาร ไม่ควรทานอาหารปริมาณมากๆ ในมื้อเดียว ทานอาหารตรงเวลาและเคี้ยวข้าวละเอียดก่อนกลืน ผู้ที่มีอาการจากโรคกรดไหลย้อน ควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และควรดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง

สถานที่ติดโควิด 3 แห่งเฝ้าระวังช่วงนี้ ทั้งตลาด สถานบันเทิง งานคอนเสิร์ต!

สถานที่ติดโควิด 3 แห่งเฝ้าระวังช่วงนี้ ทั้งตลาด สถานบันเทิง งานคอนเสิร์ต!

สธ.เผย 3 สถานที่เสี่ยงยังต้องเข้มเฝ้าระวัง “โควิด” ทั้งตลาด สถานบันเทิง/คอนเสิร์ต และสถานสงเคราะห์ พบติดเชื้อเพิ่ม พบเสียชีวิตยังเป็นกลุ่ม 608 หากยังไม่รับวัคซีน งดทำกิจกรรมนอกบ้าน เร่งฉีดบูสเตอร์หรือมาฉีด LAAB รองรับระบาดปลายปี คกก.โรคติดต่อฯ ไฟเขียวแผนจัดหาวัคซีนโควิดปี 66 ตั้งเป้า 36 ล้านโดส คาดไม่ใช้งบหาเพิ่ม มีวัคซีนที่เตรียมการไว้กับบริจาค มั่นใจเพียงพอ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2565 ว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 เพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากปลายปีมีกิจกรรมรวมตัวหนาแน่น ตามเทศกาล การเปิดเทอม และเข้าสู่ฤดูหนาว เชื้ออยู่ในสิ่งแวดล้อมนานขึ้น ขณะที่ภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนลดลง จึงเร่งรัดให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนผู้เสียชีวิต ยังไม่มากกว่าที่คาดการณ์ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือไม่ได้รับบูสเตอร์ รับเข็มสามมากกว่า 3 เดือน […]

ใครมีภาวะท้องผูก ลำไส้ปั่นป่วน ควรระวัง!

ใครมีภาวะท้องผูก ลำไส้ปั่นป่วน ควรระวัง!

ท้องผูกคืออาการ ไม่ใช่โรค หมายถึง การที่ลำไส้ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้ง่ายและสม่ำเสมอ โดยมีความถี่ของขับถ่ายอุจจาระน้อยกว่าสามวัน ร่วมกับก้อนอุจจาระมีลักษณะแข็งและยากต่อการขับถ่ายออกมา บางคนที่มีท้องผูกอาจรู้สึกเจ็บปวดเวลาถ่ายอุจจาระ ซึ่งมักต้องออกแรงเบ่ง ท้องอืดมีลมเยอะ และรู้สึกแน่นท้อง บางคนอาจคิดว่าตนเองท้องผูกหากไม่ได้ขับถ่ายอุจจาระออกมาทุกๆ วัน อย่างไรก็ตาม การขับถ่ายมีความแปรปรวนไม่เหมือนกันในแต่ละคน จากวันละสองหรือสามเวลาไปจนถึงสามวันครั้งได้ สาเหตุของภาวะท้องผูกคืออะไร ? การทำความเข้าใจภาวะท้องผูกนั้น ควรทราบก่อนว่าลำไส้ใหญ่ทำงานอย่างไร ส่วนใหญ่ของสารอาหารและสิ่งที่มีคุณค่าจากอาหาร จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางลำไส้เล็กก่อนที่อาหารจะเดินทางเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ เมื่ออาหารผ่านมาถึงลำไส้ใหญ่ น้ำจะถูกดูดซึมออกจากอาหารจนเหลือแต่กากอาหารที่จะกลายเป็นอุจจาระต่อไป ลำไส้ใหญ่จะบีบตัวเป็นระยะๆ ตลอดทั้งวัน เพื่อผลักดันให้อุจจาระเคลื่อนต่อไปยังไส้ตรงในที่สุด ขณะนั้นปริมาณน้ำจะถูกดูดซึมไปเกือบหมด ทำให้อุจจาระง่ายต่อการขับถ่ายออกมา ภาวะท้องผูกเกิดขึ้นเมื่อลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำออกมากเกินไปหรือกล้ามเนื้อของลำไส้ใหญ่บีบตัวเชื่องช้าหรือเฉื่อยชา ทำให้ก้อนอุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่อย่างช้าๆ ส่งผลให้ก้อนอุจจาระแข็งและแห้งยิ่งๆ ขึ้น สาเหตุของท้องผูกที่พบบ่อย ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ไม่สม่ำเสมอ และมีปริมาณเส้นใยไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย ยาบางชนิด เช่น ยาระงับปวด, ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมและแคลเซียม, ยารักษาความดันโลหิตสูงบางชนิด, ยารักษาโรคพาร์กินสัน, ยาต้านปวดเกร็ง, ยาต้านซึมเศร้า, ยาบำรุงที่มีธาตุเหล็ก, ยาขับปัสสาวะ และยาต้านการชัก ปัญหาของลำไส้ทำงานแปรปรวน การใช้ยาระบายที่ไม่ถูกต้อง การละเลยที่จะไปขับถ่ายอุจจาระ การขาดน้ำ ท่านั่งที่เหมาะสมกับการขับถ่ายอุจจาระ ท่านั่งขับถ่ายมีผลอย่างมากต่อการขับถ่ายอุจจาระของคุณ ท่านั่งที่ถูกจะช่วยให้ไส้ตรงทำมุมดีขึ้นต่อการขับถ่าย […]

“หมอธีระวัฒน์” เผยโควิดกลับมาระบาดอีกครั้ง แนะกินฟ้าทะลายโจรหากไม่สบายถึงแม้ขีดเดียวให้กินเลย

“หมอธีระวัฒน์” เผยโควิดกลับมาระบาดอีกครั้ง แนะกินฟ้าทะลายโจรหากไม่สบายถึงแม้ขีดเดียวให้กินเลย

วันที่ 14 พ.ย. เพจ Facebook “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” ของ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์​สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์ต่างๆ ที่เริ่มกลับมาระบาดอีกครั้ง แนะประชาชนให้พกฟ้าทะลายโจรติดตัวไว้  ถ้ารู้สึกไม่สบายให้กินได้เลย โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊คว่า “โควิดมีสายต่างๆ มาตลอด เมื่อแพร่ไป ทั้งคนติด รวมทั้งผลจากวัคซีน โควิดถูกกดดัน ไม่มีทางไป จึงต้องปรับตัวใหม่ให้สวยกว่าเก่า หนีแนวป้องกันของมนุษย์ที่มีภูมิคุ้มกันจากการติดตามธรรมชาติและวัคซีน โอมิครอนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะพัฒนาจากสายเอกเทศ ไม่ได้ไหลเลื่อนมาตามสายอื่นๆ จนเริ่มครองตลาด และยังผันตัวไปอีก BA.2 เป็นแม่ของ BA.5 และเป็นย่าของ BQ.1 BA.2 ให้ลูกๆ ดองกันเอง BA.2.10.1 ดองกับ BA.2.75 เป็น XBB ดังนั้น XBB กับ BQ.1 เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน จากนั้น […]

โอเมก้าจากน้ำมันปลา VS พืช ต่างกันอย่างไร?

โอเมก้าจากน้ำมันปลา VS พืช ต่างกันอย่างไร?

หลายคนเคยดูเกี่ยวกับเรื่อง “น้ำมันปลา” และ “โอเมกา 3” ทางสื่อโฆษณาต่างๆ แต่อาจไม่ทราบถึงความแตกต่างระหว่าง โอเมกาจากพืช กับ น้ำมันปลา รวมถึงอาจมีข้อสงสัยว่า โอเมกา 3 6 9 เกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูงอย่างไร ในวันนี้ เราจะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้ ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักทางการแพทย์กัน แท้ที่จริงแล้ว โอเมกา 3 ที่เราคุ้นเคยกัน เป็นเพียง 1 ในสาม ของกรดไขมันชนิดดี โอเมกา 3 6 9 ที่จำเป็นต้องได้จากอาหาร เนื่องจากร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ โดย โอเมกา 3 สามารถแยกออกเป็น 3 ชนิดย่อย ๆ คือ ชนิด ALA, EPA และ DHA ซึ่ง โอเมกา 3 ชนิด ALA เป็น โอเมกาจากพืช ที่ร่างกายจะนำไปใช้สร้าง โอเมกา […]

ตกลงยังไง! คนฉีดวัคซีนโควิด-19 ภาพรวมตายเยอะกว่าปีก่อนจากผลข้างเคียงวัคซีน!!

ตกลงยังไง! คนฉีดวัคซีนโควิด-19 ภาพรวมตายเยอะกว่าปีก่อนจากผลข้างเคียงวัคซีน!!

นักวิชาการชี้อัตราการตายแบบเอ็กซ์เซสเดธพูดถึงในต่างประเทศหาความสัมพันธ์กับอัตราการฉีดวัคซีน แต่ไทยกลับนิ่งเฉย แถมถูกปิดปาก เผยภาพรวมปีนี้สูงกว่าปีที่แล้ว 22% สะท้อนยิ่งระดมฉีดวัคซีนยิ่งตายมากขึ้น เจอผลข้างเคียงทั้งเส้นเลือดตีบตัน โรคหัวใจ ทีเซลลดลง มะเร็งกำเริบ ห่วงยังระดมเด็กไปฉีดวัคซีนตกรุ่นทั้งที่เชื้อกลายพันธุ์ไปไกลแล้ว อีกทั้งมีเด็กเป็นโรคหัวใจอักเสบ 1 ใน 43 ราย วันนี้ (9 พ.ย.) นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีการพูดถึงอัตราผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในยุโรป อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศ ที่ผ่านมาในช่วงโควิด-19 ระบาด มีตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เรียกว่า เอ็กซ์เซสเดธ (Excess death) เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าโควิด-19 รุนแรงและมีคนตายเพิ่มขึ้น ต้องจัดการแก้ปัญหา ปัจจุบันสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศคลี่คลาย ไม่ได้น่ากลัว ตัวเลขอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ลดลง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาขณะนี้ คือ เอ็กซ์เซสเดธยังคงอยู่ และเกิดขึ้นในหลายประเทศ ที่น่าสนใจคือ มีการนำข้อมูลเอ็กซ์เซสเดธในยุโรปเข้ามาดู และหาความสัมพันธ์กับอัตราการฉีดวัคซีน พบว่าประเทศที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เยอะเอ็กซ์เซสเดธเยอะ […]