Author: nattapot

8 ประโยชน์ของการดื่มเบียร์ เพราะเบียร์ไม่ได้ให้แค่โทษเท่านั้น แต่ควรดื่มแต่พอดี

8 ประโยชน์ของการดื่มเบียร์ เพราะเบียร์ไม่ได้ให้แค่โทษเท่านั้น แต่ควรดื่มแต่พอดี

มีผลวิจัยออกมายืนยันว่า การดื่มเบียร์ไม่ได้ให้แค่โทษเท่านั้น แต่ข้อดีของเบียร์ก็มีเยอะ แถมยังให้คุณประโยชน์มากมายอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคลและปริมาณในการดื่ม หากเราดื่มเยอะจนเกินไปก็ไม่ส่งผลดีต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นควรดื่มแต่พอดี 1. ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เบียร์ สามารถช่วยเพิ่มระดับของความดันโลหิตได้ โดยไม่ส่งผลร้ายต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยบรรเทาอาการของความดันโลหิตต่ำที่ปลอดภัย และไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด 2. ลดอาการนอนไม่หลับ ช่วยผ่อนคลายความเครียด ในเบียร์นั้นมีสารแลคโตฟลาวิน และกรดนิโคตินิก ผู้ที่ดื่มเบียร์ช่วยลดความเครียดและโรควิตกกังวลได้ และยังทำให้นอนหลับสบายขึ้นอีกด้วย 3. เบียร์มีวิตามิน B เบียร์ตะมีวิตามิน B1, B2, B6 และ B12 และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าคนที่ดื่มเบียร์นั้นจะมีปริมาณ วิตามิน B6 สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มเบียร์ถึง 30% อีกทั้งยังเป็นแหล่งวิตามิน B12 ชั้นเยี่ยมอีกด้วย และยังช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคโลหิตจางได้อีกด้วย 4. ป้องกันโรคหัวใจ ผลวิจัยพบว่าผู้สูงอายุทั้งเพศชายและเพศหญิงที่ดื่มเบียร์วันละ 1.5 แก้วต่อวัน ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจล้มเหลวลดลงถึง 50% และยังป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย ผลออกมาว่าผู้ที่ดื่มเบียร์จะมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่ไม่กินเบียร์เลย 40%-60% 5. เบียร์ส่งผลดีกับไต แอลกอฮอล์จากเบียร์นั้น สามารถจัดการกับพวกเม็ดกรวดเล็กๆ ที่อยู่ในไตได้ ป้องกันการเป็นนิ่วในไตได้เป็นอย่างดี […]

อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรทานอะไรดี?

อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วย โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรทานอะไรดี?

หัวใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตร่างกายมนุษย์ คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับเรื่องหัวใจในช่วงวัยสูงอายุ ก็จะต้องเข้าไปรักษาหัวใจ ไม่ว่าจะไปทำบอลลูน ใส่เส้นลวดถ่างเส้นเลือดหัวใจ หรือเคสหนักก็ทำบายพาส หัวใจ เป็นอวัยวะที่ใช้ในการสูบฉีดเลือดให้กับร่ายกายเป็นส่วนหนึ่งของระบบไหลเวียนโลหิต โดยจะส่งเลือดจากปอดที่มีออซิเจนอยู่ในเลือดไปยังร่างกายเพื่อนำไปใช้กระบวนการต่างๆ นอกจากสูบไปแล้วก็ยังดูดกลับตามเส้นเลือดฝอยที่มีอยู่จำนวนมากมายในร่างกายเข้าสู่เส้นเลือดดำแล้วส่งไปยังปอดอีกที ปอดก็จะทำหน้าที่ฟอกให้ออกซิเจนกับเลือดแล้วก็ส่งมายังหัวใจ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดังนั้นหัวใจจึงต้องทำงานตลอดเวลาไม่สามารถหยุดได้เลย ดูแลหัวใจอย่างไร ให้แข็งแรง 1. เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลให้เกิดปัญหากับหัวใจ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารประเภทแป้ง อาหารที่มีรสหวานจัด อาหารที่มีไขมันสูง และขาดการออกกำลังกาย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อันมีผลต่อการเกิดโรคหัวใจตามมา 2. ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเช็คความสมบูรณ์แข็งแรงของหัวใจ ด้วยการตรวจเอกซเรย์ทรวงอก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่ไม่พร้อมในการวิ่งสายพานจะเป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) และหากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็นๆ หายๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ 3. ตรวจความดัน และไขมันในเส้นเลือดเป็นประจำ พยายามควบคุมความดันในเลือดให้ต่ำกว่า 115/75 เพราะค่าความดันโลหิตมีผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจมากกว่าไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล) การออกกำลังเป็นประจำและพยายามลดไขมันรอบเอว มีส่วนช่วยลดความดันเลือดได้ และตรวจไขมันในเลือดโดยพยายามทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) สูงกว่า 50 ด้วยการออกกำลังเป็นประจำ […]

อาการทางสมองสัญญาณอันตราย เรามีวิธีช่วยบำรุงสมอง

อาการทางสมองสัญญาณอันตราย เรามีวิธีช่วยบำรุงสมอง

สมอง เป็นอวัยวะหลักของระบบประสาทมนุษย์ โดยจัดเป็นระบบประสาทกลางเมื่อรวมกับไขสันหลัง สมองประกอบด้วยสมองใหญ่ ก้านสมอง และสมองน้อย สมองทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมสั่งการการเคลื่อนไหว และพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ สมองเป็นอวัยวะที่ต้องใส่ใจ เพราะ เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของร่างกาย หากมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสมองอาจทำให้สมองฝ่อ ส่งผลกระทบต่อความจำ อารมณ์ และพฤติกรรม แนะเลี่ยง พฤติกรรมทำร้ายสมอง มาดูกันว่า จะมีพฤติกรรม หรือนิสัยแบบไหนบ้าง ที่จะทำให้คุณสมองพังก่อนวัยอันควร! พฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำร้ายสมอง 1 ไม่ทานอาหารเช้า เพราะอาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากในการเริ่มต้นทำงาน การไม่ทานอาหารเช้า จะทำให้มีสารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่พอ มีส่วนทำให้เป็นโรคสมองเสื่อมได้ หรือที่รู้จักกันดีคือ “อัลไซเมอร์” รวมถึงการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 2 ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ ส่งผลต่อขนาดของสมอง ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพสมองทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ทั้งเรื่องความจำ ความคิด ความเข้าใจ การใช้เหตุผล พฤติกรรมการแสดงออก การเคลื่อนไหว บุคลิก และอารมณ์ 3 สูบบุหรี่เป็นประจำ […]

ดีท็อกซ์ “ลำไส้” เรื่องสำคัญของผู้ที่ประสบปัญหาการขับถ่าย

ดีท็อกซ์ “ลำไส้” เรื่องสำคัญของผู้ที่ประสบปัญหาการขับถ่าย

การดีท็อกซ์นั้นมีหลายรูปแบบ ทั้งปลอดภัย และอันตราย สิ่งที่จะนำเสนอต่อจากนี้ไป คือการดีทอกซ์ลำไส้ในระดับความปลอดภัยสูง และยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในร่างกายอีกด้วย ที่ว่าปลอดภัยเพราะเป็นการเพิ่มใยอาหารที่มีคุณภาพ ทดแทนการได้รับอาหารในชีวิตประจำวันจากธรรมชาติได้ดีอีกด้วย อาการท้องผูกเป็นปัญหาที่มักพบในทุกเพศทุกวัย โดยคนส่วนใหญ่มักที่จะละเลยกับปัญหาสุขภาพนี้ เพราะคิดว่าเป็นปัญหาที่ไม่รุนแรงและหายเองได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาการท้องผูกเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ตามมาอีกมากมาย อย่างคนที่นอนไม่หลับ มีสารพิษสะสม และที่ร้ายแรงที่สุดคือโรคมะเร็งลำไส้ วันนี้คุณดูแลลำไส้คุณหรือยัง? อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดภาวะเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งลำไส้คือการดีท็อกซ์ลำไส้ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดจากการดีท็อกซ์ ก็คือช่วยทำความสะอาดลำไส้ บริหารกล้ามเนื้อลำไส้เพื่อทำให้ลำไส้เป็นปกติ ทำให้ร่างกายเรารู้สึกสดชื่นขึ้น อีกทั้งยังกระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ เพราะอวัยวะทุกส่วนจะทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้ การรับประทานใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำได้ดีต่อลำไส้อย่างไร ใยอาหารที่สามารถละลายน้ำได้ เมื่อโดนน้ำจะกลายเป็นเจลเหนียว จะทำเพิ่มน้ำหนัก และปริมาตรของอุจจาระได้ ช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ใยอาหารชนิดนี้จะลดการดูดซึมของกลูโคสผ่านเยื่อบุผิวของลำไส้ ลดการดูดซึมของไขมัน จึงมีประโยชน์ต่อการควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ใยอาหารมีประโยชน์อย่างไร ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด และระดับน้ำตาลกลูโคส ช่วยเพิ่มมวลของกากอาหาร ช่วยส่งเสริมการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานเป็นปกติ ช่วยป้องกันและรักษาอาการท้องผูก และริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไฟโต ไฟเบอร์ ช่วยคุณได้ ไฟโต ไฟเบอร์ กิฟฟารีน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ใยอาหารชนิดละลายน้ำ กลิ่นน้ำผึ้งผสมมะนาว ชนิดผง มีสารสกัดธรรมชาติจากผักผลไม้หลากชนิด […]

ดูแลกระดูก และข้อด้วย “แคลเซียม” สารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายในทุกช่วงวัย

ดูแลกระดูก และข้อด้วย “แคลเซียม” สารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายในทุกช่วงวัย

แคลเซียมเป็นธาตุที่มีมากที่สุดของร่างกาย เป็นโครงสร้างหลักของกระดูกและฟัน ในเด็กแคลเซียมจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและความสูง เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นช่วงสะสมมวลกระดูกสำหรับการเจริญเติบโต สำหรับในผู้ใหญ่ หากร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่พอเพียง ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้ และหากไม่ได้รับอย่างพอเพียงเป็นประจำ แคลเซียมในกระดูกจะถูกดึงออกมามากจนกระทั่งกระดูกพรุน และเปราะ ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงและทำให้แตกหักง่าย แคลเซียม มีหน้าทำสำคัญอะไรบ้าง ช่วยให้การเจริญเติบโตในด้านความสูงและความแข็งแรงของเด็กในวัยเจริญเติบโต เสริมสร้างกระดูกมวลรวม ช่วยป้องกันความผิดปกติของกระดูกและฟัน เช่น กระดูกหักง่าย หรือฟันหักง่าย ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ช่วยสร้างเนื้อกระดูกให้มีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้กับลูกน้อยในครรภ์ เพื่อป้องกันคุณแม่ประสบภาวะกระดูกบาง ผู้ที่ปวดท้องประจำเดือน หากรับประทานแคลเซียมเสริมจะช่วยบรรเทาอาการได้ หากมีอาการปวดหลังเรื้อรัง การรับประทานแคลเซียมเสริมสามารถช่วยได้ แคลเซียม ช่วยการทำงานของระบบประสาท และป้องกันการเป็นตะคริว แคลเซียม ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ สาเหตุความเสื่อมของกระดูก 1. พฤติกรรมในการดำรงชีวิต เช่น การดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ หรือการสูบบุรี่ ทำให้มีภาวะกรดเกิดขึ้นซึ่งร่างกายต้องการแคลเซียม เพื่อป้องกันอันตรายจากภาวะกรดเกิน รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ หรือสารที่ให้คาเฟอีนอื่นๆจะเร่งการขับแคลเซียมออกจาก ร่างกาย นอกจากนี้การสวมใส่รองเท้าส้นสูงในสตรีอาจนำไปสู่ การเกิดข้อเสื่อม และกระดูกข้อเข่าเสื่อมตามมา 2. การขาดแคลเซียม จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า แคลเซียมเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูก ดังนั้นการรับประทานอาหารที่ให้แคลเซียมสูง อย่างเช่น […]

บำรุงปอดด้วยสุดยอดโสม 3 สายพันธุ์ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน รักษาสมดุลร่างกาย

บำรุงปอดด้วยสุดยอดโสม 3 สายพันธุ์ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน รักษาสมดุลร่างกาย

ในสถาการณ์ในปัจจุบัน การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ลุกลามกระจายทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ในประเทศไทยถึงแม้จะผ่อนคลายไปมากแล้วก็ตาม แต่เราก็ต้องหมั่นคอยระวังกันอยู่ ถ้าหากร่างกายได้รับเชื้อจะมีอาการได้ อย่างเป็นไข้ ไอ จาม ปวดตามเนื้อตาม ปวดหัวตัวร้อน หรือ บางรายรับเชื้อเข้าไปแต่ไม่แสดงอาการก็มี เชื้อจะเข้าไปทำลายปอด ทำลายเนื้อเยื่อเชลล์ปอด ทำให้หายใจลำบาก หายใจเองไม่ได้ และหนักเข้าก็เสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งในตอนนี้ ก็ยังไม่ยารักษาให้หายขาดได้ ในการวิจัยทางการแพทย์ได้ระบุว่า สมุนไพรบางชนิดสามารถยับยั้ง หรือต้านเชื้อไวรัสโคโรน่า นี้ได้ เช่น สารสกัดจากโสม ฟ้าทะลายโจร พลูคาว ขมิัน เป็นต้น หนึ่งในสารสกัดจากพืชสมุนไพรที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น คือสารสกัดจากโสม มีสารสำคัญที่บำรุงปอด และช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อปอดเราแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันสูงแล้ว เชื้อโรคต่างๆก็เข้าสู่ร่างกายยาก เพราะมันจะคอยป้องกันไม่ให้โรคเข้ามาได้ หรือว่าถ้าหากเชื้อโรคเข้ามาสู่ร่ากายเราได้ เชื้อก็ทำอันตรายทำลายปอดเราได้ยากเพราะว่าสุขภาพปอดของเราแข็งแรง โดย โสม ถือได้ว่าเป็นพืชที่ได้รับการขนานนามว่า ราชาแห่งสมุนไพร เป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยาอายุวัฒนะที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งโสมก็มีอีกหลายหลายสายพันธุ์ที่บางเราอาจจะยังไม่คุ้นหู ไม่รู้จัก ไม่ทราบถึงสรรพคุณที่ดีมากต่อสุขภาพ ได้มีนักวิจัยทางการแพทย์ ทำการทดลองและได้ผลสรุปออกมาว่า โสมที่สามารถใช้เป็นตัวยารักษาโรคในทางการแพทย์ โดยไม่มีผลข้างเคืยง หรือถ้ามีก็น้อยมาก ซึ่งโสมแต่ละชนิด […]

“กาแฟดำ” ดีต่อตับ มากินกาแฟดำบำรุงตับกันเถอะ

“กาแฟดำ” ดีต่อตับ มากินกาแฟดำบำรุงตับกันเถอะ

ตับคืออวัยวะร่างกายที่มีหน้าที่ในการย่อยไขมัน สร้างโปรตีนหลายชนิดที่สำคัญ ทั้งกำจัดสารพิษในยาที่เราทาน หรือแบคทีเรียต่างๆ และเป็นแหล่งสะสมพลังงาน เรียกได้ว่า “ตับ” มีหน้าที่สำคัญอันหลากหลายที่ถ้าเราอยากจะให้อยู่กับเราไปนานๆ ก็ควรดูแลรักษา และบำรุงเค้าให้ดี แต่ก็มีอาหารและผลไม้หลายอย่าง ที่ช่วยเสริม และรักษาให้ตับแข็งแรงอย่างเช่นกะหล่ำปลี อะโวคาโด ลิ้นจี่ แครอท และอีกมากมาย แต่ว่าเครื่องดื่มดูจะเป็นทางเลือกที่สะดวกไม่ใช้น้อยกับชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ “กาแฟ” เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยามเช้าที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคตับแข็ง และช่วยป้องกันการเกิดไขมันพอกในตับ การดื่มกาแฟดำ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคตับแข็ง และช่วยป้องกันการเกิดไขมันพอกในตับ การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พวกเบียร์ เหล้า ก็สามารถป้องกันโรคตับได้ แต่ถ้าเพื่อนๆทานกาแฟดำก็สามารถป้องกันโรคตับได้เหมือนกัน ทั้งยังส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดตับแข็ง และยังสามารถป้องกันโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยในกาแฟ มีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มสาร Antioxidants ในตับซึ่งคอยกำจัดสิ่งที่จะมาทำร้ายตับ ซึ่งมีงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนผลลัพธ์ของกาแฟที่มีต่อ “ตับ” โดยเฉพาะกาแฟดำ มีประโยชน์กับตับมากที่สุด แต่ถ้ากาแฟดำล้วนๆไม่ค่อยถูกปากกับเราเท่าไหร่ เติมน้ำตาลซักหน่อยนึงก็จะทำให้รสชาติดีขึ้น

ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าไม่อยากกินยา เรามีเคล็ดลับมาบอก

ปวดประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าไม่อยากกินยา เรามีเคล็ดลับมาบอก

ปวดประจำเดือน ปัญหาโลกแตกของผู้หญิงที่นอกจากจะบรรเทาได้ด้วยการกินยาแก้ปวด กี่ครั้งกี่หนที่ต้องทนกับอาการปวดประจำเดือน จนตัวขดตัวงอทุกเดือน ถ้าลำพังนานๆ ทีถึงจะปวดก็คงพอกินยาบรรเทาได้ แต่สำหรับใครที่ปวดหนัก ปวดบ่อย ปวดทุกครั้งและบางทีก็ปวดหลายวันติดต่อกัน เลยไม่กล้ากินยาแก้ปวดถี่ๆ เพราะกลัวไตจะพังก่อนวัยอันควร นี่คือวิธีแก้ปวดประจำเดือนแบบไม่ต้องพึ่งยาที่เราอยากแนะนำ ออกกำลังกายบ้าง สาวๆ หลายคนเข้าใจว่าช่วงมีประจำเดือนไม่ควรออกกำลังกาย เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนเพลียและเสี่ยงต่อการเป็นลมได้ง่าย แต่จริงๆ แล้วผู้หญิงทุกคนสามารถออกกำลังกายได้ขณะมีประจำเดือน เพียงแต่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับความแข็งแรงของตัวเอง อาจจะเลือกเป็นกิจกรรมที่ไม่หนักมาก เช่น การเดินเร็ว หรือ เล่นโยคะในท่าง่ายๆ ซึ่งการออกกำลังกายช่วงมีประจำเดือนนั้นไม่เพียงแต่ช่วยปรับอารมณ์ในวันที่ฮอร์โมนแปรปรวน แต่สาร Endorphins ที่หลั่งออกมา… ยังช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ดีอีกด้วย จิบเครื่องดื่มอุ่นๆ การปรับให้ภายในร่างกายอุ่นขึ้นด้วยการจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ระหว่างวันก็ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนลงได้ แต่ไม่ควรดื่มเป็นชาหรือกาแฟร้อน เพราะเครื่องดื่มประเภทคาเฟอีนจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ส่งผลให้อาการปวดประจำเดือนเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้ ควรเลือกเป็นน้ำอุ่นธรรมดา น้ำผึ้งผสมมะนาว หรือน้ำขิงอุ่นๆ จะดีกว่า เน้นกินอาหารกลุ่มที่มีแมกนีเซียม รู้หรือไม่ว่า แค่เลือกกินให้ถูกก็ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเลยทีเดียว ซึ่งอาหารที่เหมาะสำหรับช่วงมีประจำเดือน คือกลุ่มที่มีแมกนีเซียม เช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง ตำลึง หรือกล้วย เพราะแมกนีเซียมมีส่วนช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเกร็งในช่องท้อง ทำให้อาการปวดประจำเดือนทุเลาลงได้ อีฟนิ่งพริมโรส น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน ทั้งอาการซึมเศร้า […]